Jump to content

คุณสามารถ Login เข้าระบบ ด้วย Username และ Password เก่าได้เลยหากพบปัญหา โปรดอ่าน :::> ปัญหาที่อาจพบในระบบใหม่ของ Freemac
และท่านที่สมัครสมาชิกไว้หลังวันที่ 12 พ.ย. 53 กรุณาสมัครใหม่ด้วยนะครับ โปรดอ่าน :::> ยินดีต้อนรับครับ


ความรู้เกี่ยวกับ Numbers


59 replies to this topic

#41
PiggyDoll

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 74 posts
22
กราบเรียน คุณตั้ม เว็บมาสเตอร์ฟรีแมคดอทเน็ต
ข้าพเจ้า ผู้ใช้ชื่อว่า PiggyDoll ด้วยความจำเป็นบางอย่างทำให้ไม่อาจที่จะเพิ่มเติมข้อมูลในกระทู้ ความรู้เรื่อง Numbers ได้อีกต่อไป
ดังนั้น จึงเรียนมาเพื่อทราบ ข้อมูลทุกอย่างที่ข้าพเจ้าเคยโพสไว้ เป็นสิทธิของท่านที่จะลบทิ้งหรือดำรงไว้
ข้าพเจ้ามิอาจกลับมาที่นี่ได้อีก จึงขอความอนุเคราะห์ลบชื่อของข้าพเจ้าออกจากสารบบของท่านด้วย จักเป็นพระคุณยิ่ง
User name : PiggyDoll
Password : xxxxxx
ขอบพระคุณสำหรับทุกอย่างที่มอบให้ ขออภัยสำหรับทุกอย่างที่พลั้งพลาด
ขออำลา
ด้วยความเคารพ
PiggyDoll ผู้ไร้ค่ายิ่งสิ่งใด

Edited by tum, 07 June 2011 - 04:10 AM.
แก้พาสเวิร์ด


#42
Jeedjad

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 893 posts
2
งง...

#43
=DAY(TODAY()+1)

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 54 posts
45
ทำได้แล้วครับ นั่งงมตั้งนาน เจ้าของกระทู้น่าจะเฉลยก่อนนะครับ
ลองมาดูวิธีของผมบ้าง ผิดถูกบอกด้วยนะครับ

อย่างแรกเลยผมสร้างตาราง (Table) ไว้ 2 อัน ตั้งชื่อว่า 1 กับ 2
Attached Image: 1.png
เหมือนในรูปครับ ทางซ้ายคือ 1 ทางขวาคือ 2 ถ้าอยากสะดวกกว่านี้ก็ใช้ตารางเดียวก็ได้เหมือนกันครับ
แล้วเลือกปรับขนาด Cell เอา ที่ต้องแยกเป็นสองตารางก็เผื่อไว้ครับ เผื่อว่าต้องใช้ Rule เยอะ จะได้ไม่ตีกัน

ทีนี้พอได้ตารางมาแล้ว เราก็มาตั้งค่าต่างๆ ในแต่ละตารางกันเลย
ตาราง 1 (ทางซ้าย) เลือกช่อง 8 ช่อง อย่างในรูปครับ วิธีเลือกก็คลิก A2 กด Shift ค้าง แล้คลิกช่อง C5
แล้วก็ปล่อย Shift ครับ เราจะได้ตาราง 12 ช่อง แล้วก็กดปุ่ม Command ค้างไว้ครับ แล้วคลิกช่อง A2 A5 C2
และก็ C5 แค่นี้เราก็จะได้ตาราง 8 ช่องตรงกลางมาแล้วครับ

หรือจะกดปุ่ม Command ค้างไว้ แล้วเลือกทีละช่องจนครบ 8 ช่องก็ได้เหมือนกันครับ
ต่างกันแค่ต้องคลิกมากครั้งกว่าเท่านั้นครับ อันนี้แล้วแต่ชอบนะครับไม่บังคับ

พอได้ 8 ช่องที่ต้องการแล้ว เราก็ไปคลิกที่ไอคอนนี้นะครับอย่างในรูป แล้วก็เลือก Slider อย่างในรูปครับ
Attached Image: 2.png
Tools ที่ชื่อ Cells Inspector จะเปิดขึ้นมาครับ แล้วก็ตั้งค่าตามรูปนะครับ
Attached Image: 3.png
อธิบายนิดหนึ่งละกันครับเผื่อจะงง
ในช่อง minimum คือตัวเลขจำนวนน้อยที่สุดที่เป็นตัวเลือก หมายความว่าถ้าเราเลื่อนแถบ Slide ไปด้านที่น้อยที่สุด (ซ้ายสุด หรือ ล่างสุด)
เราก็จะได้ตัวเลขตัวนี้ที่เราตั้งไว้ครับ ส่วน maximum ก็ตรงข้ามครับ คือถ้าเราเลื่อน Slide ไปขวาสุดหรือบนสุด
ก็จะได้ค่าตัวนี้ครับ (ไม่เคยลองนะครับว่าน้อยที่สุดหรือมากที่สุดที่ใส่ได้เป็นเท่าไหร่)
กรณีของเรานะครับ ตั้ง min. ไว้ 0 ส่วน max ตั้งไว้ 8 ครับ เป็นการบังคับกลายๆ ว่าใช้อักขระอื่นๆ นอกเหนือจากตัวเลขนี้ไม่ได้ครับ
ช่องทางขวาสุด Increment เป็นค่าที่กำหนดว่าต้องการให้เพิ่มขึ้นครั้งละเท่าไหร่ ในการเลื่อน Slide ในกรณีของเราตั้งค่าเป็น 1 ครับ
หมายความว่าเลื่อน 1 step ตัวเลขจะเพิ่ม 1 ครับ เช่นจาก 0 ต่อไปก็เป็น 1 เป็น 2 ไปจนถึง 8
ต่อมาก็เป็น Position เป็นการกำหนดตำแหน่งแถบ Slide ที่เราจะเลื่อนครับ มีสองตำแหน่ง ด้านขวากับด้านล่าง
ถ้าเลือกด้านขวาเราก็ต้องเลื่อนขึ้นหรือลง ถ้าเลือกวางไว้ด้านล่างเราก็ต้องเลื่อนซ้ายเลื่อนขวาครับ เลือกยังไงก็ได้ครับ
แต่ผมเลือกวางข้าล่างแล้วเลื่อนซายขวาครับเพราะสะดวกกว่า สาเหตุก็ไม่มีอะไรมากครับ คือลองวางไว้ทางขวาแล้วมันไม่ถนัด
อีกอย่างหนึ่งคือตาราง 2 อันอยู่ชิดกัน ถ้าเลื่อนผิดหรือพลาด ก็กลายเป็นการเลือกตารางใกล้ๆ ทันที ก็เลยเปลี่ยน
ไม่บังคับนะครับว่าจะเลือกแบบไหน แล้วแต่ชอบครับ ไม่จำเป็นต้องเหมือน

เหมือนจะข้ามขั้นตอน คือขนาดตารางนี่ตั้งตามชอบได้เลยครับ อย่างในรูปผมตั้งไว้ขนาด 2x2 ครับ
Font ขนาด 24 Bold วางตัวอักษรไว้ตรงกลาง แล้วก็ตำแหน่งกลางตารางครับ ตามรูป
Attached Image: 4.png
เสร็จแล้วครับ เราจะได้ช่อง 8 ช่องที่มีแต่เลข 0

#44
tongdee

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 34 posts
3

View PostPiggyDoll, on 07 June 2011 - 12:30 AM, said:

กราบเรียน คุณตั้ม เว็บมาสเตอร์ฟรีแมคดอทเน็ต
ข้าพเจ้า ผู้ใช้ชื่อว่า PiggyDoll ด้วยความจำเป็นบางอย่างทำให้ไม่อาจที่จะเพิ่มเติมข้อมูลในกระทู้ ความรู้เรื่อง Numbers ได้อีกต่อไป
ดังนั้น จึงเรียนมาเพื่อทราบ ข้อมูลทุกอย่างที่ข้าพเจ้าเคยโพสไว้ เป็นสิทธิของท่านที่จะลบทิ้งหรือดำรงไว้
ข้าพเจ้ามิอาจกลับมาที่นี่ได้อีก จึงขอความอนุเคราะห์ลบชื่อของข้าพเจ้าออกจากสารบบของท่านด้วย จักเป็นพระคุณยิ่ง
User name : PiggyDoll
Password : xxxxxx
ขอบพระคุณสำหรับทุกอย่างที่มอบให้ ขออภัยสำหรับทุกอย่างที่พลั้งพลาด
ขออำลา
ด้วยความเคารพ
PiggyDoll ผู้ไร้ค่ายิ่งสิ่งใด


เอ่า ยังไงครับเนี่ย?

#45
=DAY(TODAY()+1)

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 54 posts
45
ทีนี้ก็มาถึงตาราง 2 ทางขวากันบ้างนะครับ
ตาราง 2 เราแค่ปรับขนาด จัดฟ้อน เหมือนกับตาราง 1 แต่ไม่ต้องทำ Slide นะครับปล่อยว่างไว้แบบนั้นแหละ
ตารางทางขวาเราใช้แสดงผลเฉยๆ ที่เห็นว่าเหมือนกันก็เพราะตั้งค่าไว้ ช่องทางซ้ายมีเลขอะไรโผล่ ช่องทางขวาจะเป็นแบบเดียวกันครับ
ก็เลยเห็นเป็น 0 ทั้งซ้ายและขวา
ช่องที่ต้องพิมพ์สูตรคือ ช่องที่เป็น 0 ข้างบน 1 ช่อง ข้างล่างอีก 1 ช่อง แล้วก็ 6 ช่องตรงกลางครับ

เอาละครับเตรียมพบกับสูตรที่แสนปวดหัวกันได้แล้วครับ
เอาช่อง A3 ก่อนนะครับ ช่องนี้จะมีช่องที่ถือว่าอยู่ติดกันตามกฎของคุณ PiggyDoll คือช่อง A4 B2 B3 และ B4
เราลองมาเรียงความน่าจะเป็นกันนิดหน่อยดีกว่า เพื่อความเข้าใจมากขึ้น

ดังนี้ครับ เราจะเอาผลจากช่อง A3 ของตารางซ้ายนะครับ
ถ้าช่อง A3 เป็นเลข 1 ช่อง A4 B2 B3 และ B4 ต้องไม่มีเลข 2
ถ้าช่อง A3 เป็นเลข 2 ช่อง A4 B2 B3 และ B4 ต้องไม่มีเลข 1 กับ 3
ถ้าช่อง A3 เป็นเลข 3 ช่อง A4 B2 B3 และ B4 ต้องไม่มีเลข 2 กับ 4
ถ้าช่อง A3 เป็นเลข 4 ช่อง A4 B2 B3 และ B4 ต้องไม่มีเลข 3 กับ 5
ถ้าช่อง A3 เป็นเลข 5 ช่อง A4 B2 B3 และ B4 ต้องไม่มีเลข 4 กับ 6
ถ้าช่อง A3 เป็นเลข 6 ช่อง A4 B2 B3 และ B4 ต้องไม่มีเลข 5 กับ 7
ถ้าช่อง A3 เป็นเลข 7 ช่อง A4 B2 B3 และ B4 ต้องไม่มีเลข 6 กับ 8
ถ้าช่อง A3 เป็นเลข 8 ช่อง A4 B2 B3 และ B4 ต้องไม่มีเลข 7


ลองมาดูสูตรกันครับ
=IF(AND(1 :: A3,1 :: A4,1 :: B2,1 :: B3,1 :: B4)<>0,
(IF(ABS(1 :: A3-1 :: A4)=1,1 :: A3&1 :: A4,
(IF(ABS(1 :: A3-1 :: B2)=1,1 :: A3&1 :: B2,
IF(ABS(1 :: A3-1 :: B3)=1,1 :: A3&1 :: B3,
IF(ABS(1 :: A3-1 :: B4)=1,1 :: A3&1 :: B4,
1 :: A3)))))))


อธิบายนิดหนึ่งครับ (อาจงงหนักกว่าเก่า)
ตัวแรก
IF(AND(1 :: A3,1 :: A4,1 :: B2,1 :: B3,1 :: B4)<>0,

เป็นการกำหนดเงื่อนไขว่าช่อง A3 B2 B3 และ B4 ของตาราง 1 ไม่เท่ากับ 0
ถ้าเงื่อนไขเป็นจริง คือทั้ง 4 ช่องนี้ไม่ใช่ 0 ก็คือเริ่มเล่นเกมหรือป้อนตัวเลขเข้าไปแล้ว

ABS(1 :: A3-1 :: A4)=1
เป็นการตรวจสอบว่า ผลต่างของช่อง A3 กับ A4 ในตาราง 1 เท่ากับ 1 หรือไม่
ถ้าเท่ากับ 1 กรณีที่เป็นไปได้คือ ต้องเป็นตัวเลขใกล้กันเท่านั้นครับ เช่น 1 กับ 2 หรือ 2 กับ 3
เพราะฉะนั้น
ABS(1 :: A3-1 :: A4)=1
ก็คือ ดูว่าตัวเลขสองช่องนี้เป็นเลขใกล้กันหรือเปล่า
ABS มาจาก Absolute หรือก็คือ ค่าสัมบูรณ์ ครับ

ABS(1 :: A3-1 :: B2)=1
เหมือนกันครับ คือดูว่า A3 กับ B2 เป็นตัวเลขที่ใกล้กันหรือเปล่า
ABS(1 :: A3-1 :: B3)=1
ก็ดูช่อง A3 กับ B3 ครับ
ABS(1 :: A3-1 :: B4)=1
ก็ดูช่อง A3 กับ B4 ครับ

1 :: A3&1 :: A4
เป็นการกำหนดให้แสดงผลค่าช่อง A3 และ A4 วางติดกัน
1 :: A3&1 :: B2
ก็แสดงผลช่อง A3 กับ B2
1 :: A3&1 :: B3
แสดงผลช่อง A3 กับ B3
1 :: A3&1 :: B4
แสดงผลช่อง A3 กับ B4

ตัวสุดท้าย
1 :: A3)))))))
ก็คือ ถ้าเงื่อนไข เป็นเท็จ ก็จะแสดงค่าของช่อง A3 ที่เป็นอยู่

อธิบายสูตรวมๆ ก็คือ
ถ้าช่อง A3, A4, B2, B3, B4 ไม่เท่ากับ 0 แล้วให้ทำเงื่อนไขต่อไปนี้ จาก
IF(AND(1 :: A3,1 :: A4,1 :: B2,1 :: B3,1 :: B4)<>0
ตรงนี้ครับ

เงื่อนไขแรก
ถ้าช่อง A3 กับ A4 เป็นตัวเลขใกล้กันคือลบกันได้ 1
จาก
(IF(ABS(1 :: A3-1 :: A4)=1 )

ก็แสดงค่าของช่อง A3 กับ A4
จาก
1 :: A3&1 :: A4 )

ถ้าไม่ใช่ตัวเลขใกล้กันคือผลต่างไม่เท่ากับ 1 ก็ทำเงื่อนไขต่อไป

เงื่อนไขที่สอง
ถ้าช่อง A3 กับ B2 เป็นตัวเลขใกล้กันคือผลต่างเป็น 1
จาก
ABS(1 :: A3-1 :: B2)=1

ก็จะแสดงค่าของช่อง A3 กับ B2
จาก
1 :: A3&1 :: B2

ถ้ายังไม่ใช่ก็ข้ามไปดูเงื่อนไขต่อไป

เงื่อนไขที่สาม
ถ้าช่อง A3 กับ B3 เป็นตัวเลขใกล้กันคือผลต่างเป็น 1
จาก
IF(ABS(1 :: A3-1 :: B3)=1

ก็จะแสดงค่าของช่อง A3 กับ B3
จาก
1 :: A3&1 :: B3

ถ้ายังไม่ใช่ก็ข้ามไปดูเงื่อนไขต่อไปอีก

เงื่อนไขที่สี่
ถ้าช่อง A3 กับ B4 เป็นตัวเลขใกล้กันคือผลต่างเป็น 1
จาก
IF(ABS(1 :: A3-1 :: B4)=1

ก็จะแสดงค่าของช่อง A3 กับ B4
จาก
1 :: A3&1 :: B4

ถ้ายังไม่ใช่ ก็หมายความว่า ช่อง A3 A4 B2 B3 B4 ไม่มีตัวเลขที่ใกล้เคียงกันตามกฎอยู่เลย
ก็จะแสดงค่าของช่อง A3

#46
=DAY(TODAY()+1)

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 54 posts
45
สูตรของช่องอื่น ขอไม่อธิบายนะครับ เพราะไม่ต่างจากสูตรแรกเลยครับ
ช่อง A4 มีช่องติดกัน 4ช่อง
=IF(AND(1 :: A3,1 :: A4,1 :: B3,1 :: B4,1 :: B5)<>0,
(IF(ABS(1 :: A4-1 :: A3)=1,1 :: A3&1 :: A4,
(IF(ABS(1 :: A4-1 :: B3)=1,1 :: A4&1 :: B3,
(IF(ABS(1 :: A4-1 :: B4)=1,1 :: A4&1 :: B4,
(IF(ABS(1 :: A4-1 :: B5)=1,1 :: A4&1 :: B5,1 :: A4)))))))))


ช่อง B2 ครับ มีช่องติดกัน 3 ช่อง
=(IF(AND(1 :: B2,1 :: A3,1 :: B3,1 :: C3)<>0,
(IF(ABS(1 :: B2-1 :: A3)=1,1 :: B2&1 :: A3,
(IF(ABS(1 :: B2-1 :: B3)=1,1 :: B2&1 :: B3,
(IF(ABS(1 :: B2-1 :: C3)=1,1 :: B2&1 :: C3,1 :: B2))))))))


ช่อง B3 ครับ อันนี้มากหน่อย มีช่องติดกัน 6 ช่อง
=IF(AND(1 :: A3,1 :: A4,1 :: B2,1 :: B4,1 :: C3,1 :: C4)<>0,
(IF(ABS(1 :: B3-1 :: A3)=1,1 :: B3&1 :: A3,
(IF(ABS(1 :: B3-1 :: A4)=1,1 :: B3&1 :: A4,
(IF(ABS(1 :: B3-1 :: B2)=1,1 :: B3&1 :: B2,
(IF(ABS(1 :: B3-1 :: B4)=1,1 :: B3&1 :: B4,
(IF(ABS(1 :: B3-1 :: C3)=1,1 :: B3&1 :: C3,
(IF(ABS(1 :: B3-1 :: C4)=1,1 :: B3&1 :: C4,1 :: B3)))))))))))))


ช่อง B4 ครับ เหมือนช่อง B3
=IF(AND(1 :: A3,1 :: A4,1 :: B3,1 :: B5,1 :: C3,1 :: C4,1 :: B4)<>0,
(IF(ABS(1 :: B4-1 :: A3)=1,1 :: B4&1 :: A3,
(IF(ABS(1 :: B4-1 :: A4)=1,1 :: B4&1 :: A4,
(IF(ABS(1 :: B4-1 :: B3)=1,1 :: B4&1 :: B3,
(IF(ABS(1 :: B4-1 :: B5)=1,1 :: B4&1 :: B5,
(IF(ABS(1 :: B4-1 :: C3)=1,1 :: B4&1 :: C3,
(IF(ABS(1 :: B4-1 :: C4)=1,1 :: B4&1 :: C4,1 :: B4)))))))))))))


ช่อง B5 ครับ เหมือนช่อง B2
=(IF(AND(1 :: A4,1 :: B4,1 :: C4,1 :: B5)<>0,
(IF(ABS(1 :: B5-1 :: A4)=1,1 :: B5&1 :: A4,
(IF(ABS(1 :: B5-1 :: B4)=1,1 :: B5&1 :: B4,
(IF(ABS(1 :: B5-1 :: C4)=1,1 :: B5&1 :: C4,1 :: B5))))))))


ช่อง C3 ก็เหมือนช่อง A3 ครับ
=IF(AND(1 :: B2,1 :: B3,1 :: B4,1 :: C4,1 :: C3)<>0,
(IF(ABS(1 :: C3-1 :: B2)=1,1 :: C3&1 :: B2,
(IF(ABS(1 :: C3-1 :: B3)=1,1 :: C3&1 :: B3,
(IF(ABS(1 :: C3-1 :: B4)=1,1 :: C3&1 :: B4,
(IF(ABS(1 :: C3-1 :: C4)=1,1 :: C3&1 :: C4,1 :: C3)))))))))


สุดท้ายก็ช่อง C4 เหมือนช่อง A4 ครับ
=IF(AND(1 :: B3,1 :: B4,1 :: B5,1 :: C3,1 :: C4)<>0,
(IF(ABS(1 :: C4-1 :: C3)=1,1 :: C3&1 :: C4,
(IF(ABS(1 :: C4-1 :: B3)=1,1 :: C4&1 :: B3,
(IF(ABS(1 :: C4-1 :: B4)=1,1 :: C4&1 :: B4,
(IF(ABS(1 :: C4-1 :: B5)=1,1 :: C4&1 :: B5,1 :: C4)))))))))


เสร็จแล้วครับ สูตรทั้ง 8 ช่อง มึนหัวมากมาย

#47
=DAY(TODAY()+1)

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 54 posts
45
จบเกมครับ
Attached Image: 5.png

ขอบคุณที่ติดตามครับ
:cheers:

#48
mick1

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 13 posts
0
สอบถามหน่อยครับ พอดีเพิ่งเริ่มใช้ Numbers เลยงงมาก. เวลาพิมพ์ ผมไม่ต้องการ gridline ต้องทำยังไงครับ? และ เวลาจะสร้าง border ต้องเข้าไปที่ไหนครับ? ขอบคุณครับ.

#49
=DAY(TODAY()+1)

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 54 posts
45

View Postmick1, on 19 September 2011 - 11:42 AM, said:

สอบถามหน่อยครับ พอดีเพิ่งเริ่มใช้ Numbers เลยงงมาก. เวลาพิมพ์ ผมไม่ต้องการ gridline ต้องทำยังไงครับ? และ เวลาจะสร้าง border ต้องเข้าไปที่ไหนครับ? ขอบคุณครับ.



ถ้าเป็น Border ของตาราง ก็คือ Cell Borders
ขั้นตอน เปิด Inspector ขึ้นมาครับ
1. ไปที่ View เลือก Show Inspector หรือกด Command + Option + i
2. คลิกที่ Table (รูปตาราง แท็บที่ 3)
3. มองหา Cell Borders
Attached Image: B0r-Num.png
ถ้าเป็น Border ของวัตถุ จะเรียกว่า Stroke
ก็ไปที่แท็บ Graphic ไอคอนรูปสี่เหลี่ยมกับวงกลมหลังตัวที ก่อนไม้บรรทัดใน Inspector

ส่วน Gridline คืออะไรครับ ใช่เกี่ยวข้องกับกราฟหรือเปล่า
Attached Image: Gr1-Num.png
Attached Image: Gr1-B0r-Num.png

#50
mick1

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 13 posts
0

View Post=DAY(TODAY()+1), on 19 September 2011 - 03:51 PM, said:



ถ้าเป็น Border ของตาราง ก็คือ Cell Borders
ขั้นตอน เปิด Inspector ขึ้นมาครับ
1. ไปที่ View เลือก Show Inspector หรือกด Command + Option + i
2. คลิกที่ Table (รูปตาราง แท็บที่ 3)
3. มองหา Cell Borders
Attachment B0r-Num.png
ถ้าเป็น Border ของวัตถุ จะเรียกว่า Stroke
ก็ไปที่แท็บ Graphic ไอคอนรูปสี่เหลี่ยมกับวงกลมหลังตัวที ก่อนไม้บรรทัดใน Inspector


ส่วน Gridline คืออะไรครับ ใช่เกี่ยวข้องกับกราฟหรือเปล่า
Attachment Gr1-Num.png
Attachment Gr1-B0r-Num.png


อ๋อ gridline ใน excel มันก็คือเส้นที่แบ่งrow กับ columnน่ะครับ ผมก็ไม่รู้ว่าใน numbers เค้าเรียกว่าอะไร. อย่างตอนนี้ผมทำใบเสนอราคาให้ลูกค้า ปกติใน excel สามารถเลือกก่อนพิมพ์ได้ว่างานที่พิมพ์ออกมาจะแสดง gridline ด้วยหรือไม่น่ะครับ.

#51
atikran

    General Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 317 posts
5
ไม่ทราบว่าถ้าเราจะให้พิมพ์ตัวเลขไทย ต้องทำอย่างไรครับ เพราะพิมพ์ไปทีไรเป็นเลขอารบิคอย่างเดียว

#52
=DAY(TODAY()+1)

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 54 posts
45

View Postmick1, on 19 September 2011 - 08:46 PM, said:

อ๋อ gridline ใน excel มันก็คือเส้นที่แบ่งrow กับ columnน่ะครับ ผมก็ไม่รู้ว่าใน numbers เค้าเรียกว่าอะไร. อย่างตอนนี้ผมทำใบเสนอราคาให้ลูกค้า ปกติใน excel สามารถเลือกก่อนพิมพ์ได้ว่างานที่พิมพ์ออกมาจะแสดง gridline ด้วยหรือไม่น่ะครับ.

เลือก Cell ที่ต้องการ อย่างในรูปผมเลือก B4 ถึง D9
แล้วเปิด Inspector ไป ที่ Cell Borders ทำตามอย่างในรูปครับ
Attached Image: ทำเส้นหาย.png
แล้วก็จะได้แบบนี้
Attached Image: เส้นหาย.png
ไม่รู้ใน Numbers มีให้ตั้งค่ารึเปล่า อาจต้องทำให้เสร็จก่อนแล้วค่อยพิมพ์
ถ้าเป็นผม ผมจะเลืิอก ทั้งตารางแล้วเลือกให้ Borders หายไป อยากเพิ่มตรงไหนค่อยเพิ่มทีหลัง

View Postatikran, on 19 September 2011 - 10:23 PM, said:

ไม่ทราบว่าถ้าเราจะให้พิมพ์ตัวเลขไทย ต้องทำอย่างไรครับ เพราะพิมพ์ไปทีไรเป็นเลขอารบิคอย่างเดียว

พิมพ์เลขไทยต้องพิมพ์แบบนี้ ="เลขไทย"
เช่น ="๑๒๓" ก็็จะได้ ๑๒๓ ในตารางครับ
Attached Image: เลขไทย.png

เพิ่มเติมครับ
Excel ทำได้ Numbers ก็ทำได้
Attached Image: Excel2Numbers.png
เดี๋ยวว่างๆ มาเฉลยครับ
แถมอีกรูปครับ
Attached Image: Excel2Numbers2.png

พิมพ์เศษส่วนแบบนี้ใน Numbers
Attached Image: half.png

Edited by =DAY(TODAY()+1), 08 May 2012 - 11:16 PM.


#53
=DAY(TODAY()+1)

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 54 posts
45
ช่วยสานต่อ Numbers ครับ
Char กับ Code
=CHAR()
แปลงตัวเลขที่ได้เป็นตัวอักษร

=CODE()
แปลงตัวอักษรที่ได้เป็นตัวเลข

เช่น
=CHAR("66")
ผลคือ B

ถ้า =CODE("B")
ผลคือ 66

ถ้าใช้กับ Cell ก็ไม่ต้องพิมพ์ " " ข้างในวงเล็บ

เช่น
=CHAR(A3)
=CODE(A3)


เครื่องมือพิสูจน์ว่าสามเหลี่ยมนี้เป็นสามเหลี่ยมมุมฉากหรือไม่
บทนิยามของสามเหลี่ยมมุมฉากคือ กำลังสองของด้านตรงข้ามมุมฉาก เท่ากับ ผลรวมของกำลังสองของด้านประกอบมุมฉากทั้งสอง
ค่าที่รับเข้ามามี 3 ค่าครับ
อย่างแรกที่ต้องหาคือค่าที่มากที่สุดครับ ซึ่งเราจะกำหนดไว้ว่าช่องแรกจะรับค่าที่มากที่สุด
ช่องที่สองจะรับค่าปานกลาง และช่องสุดท้ายจะรับค่าที่น้อยที่สุด
เราจะใช้ช่อง A1 รับค่าที่มากที่สุด
ใช้ช่อง A2 รับค่าปานกลาง
และช่อง A3 รับค่าที่น้อยที่สุด
เว้นช่อง B ไว้ ไปใช้ช่อง C แทน
ช่อง C1 จะแสดงผลลัพธ์ว่า ค่าที่รับมาทั้งสามนั้นสามารถต่อเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉากหรือไม่ ถ้าได้ ผลลัพธ์ก็คือ "เป็นสามเหลี่ยมมุมฉาก" ถ้าไม่ใช่ผลลัพธ์ก็จะเป็น "ไม่เป็นสามเหลี่ยมมุมฉาก"
ดังนั้นเราจะพิมพ์สูตรช่อง C1 ช่องเดียว

สูตรคือ
=IF(POWER(A1,2)=(POWER(A2,2)+POWER(A3,2)),"เป็นสามเหลี่ยมมุมฉาก","ไม่เป็นสามเหลี่ยมมุมฉาก")

Edited by =DAY(TODAY()+1), 09 May 2012 - 12:12 AM.


#54
sabimaru041

    ชาวนา

  • Members
  • PipPipPipPipPipPip
  • 5812 posts
35
  • Locationบางกอก
โอ้ว สุดยอด กำลังลังเลเลยว่าจะซื้อ Alienware รึว่าจะกลับมาใช้ Apple

ตอนนี้รู้แล้ว

#55
=DAY(TODAY()+1)

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 54 posts
45
ตรีโกณ
Attached Image: ตรีโกณ.png

ตั้งค่าตามรูปครับ
ช่อง A3 ทำเป็น Pop-up ใส่ค่าตั้งแต่ 0-90
ช่อง B3 ใส่สูตร =RADIANS(A3)
ช่อง C3 ใส่สูตร =SIN(B3)
ช่อง D3 ใส่สูตร =COS(B3)
ช่อง E3 ใส่สูตร =TAN(B3)
ช่อง F3 ใส่สูตร =1/E3
ช่อง G3 ใส่สูตร =1/D3
ช่อง H3 ใส่สูตร =1/C3

Edited by =DAY(TODAY()+1), 09 May 2012 - 03:26 PM.


#56
=DAY(TODAY()+1)

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 54 posts
45
UPPER
แปลงตัวอักษรภาษาอังกฤษเป็นตัวใหญ่ทั้งหมด เช่น =UPPER(freemac.net thai mac users community) ก็จะได้ FREEMAC.NET THAI MAC USERS COMMUNITY

LOWER
แปลงตัวอักษรภาษาอังกฤษเป็นตัวเล็กทั้งหมด เช่น =LOWER(FREEMAC.NET THAI MAC USERS COMMUNITY) ก็จะได้ freemac.net thai mac users community

PROPER
แปลงตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวหน้าสุดเป็นตัวใหญ่ตัวถัดไปเป็นตัวเล็ก เช่น =PROPER(freemac.net thai mac users community) ก็จะได้ Freemac.Net Thai Mac Users Community

ทั้งสามตัวไม่มีผลกับภาษาไทยครับ

#57
=DAY(TODAY()+1)

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 54 posts
45
DOLLAR
เติม dollar sign หน้าตัวเลข แต่ก็ขึ้นกับการตั้งค่า Formats ใน System Pref. ในส่วนของ Currency ว่าใช้สกุลไหน เช่นตั้งเป็น Thai baht ค่าที่ได้ก็จะเป็น ฿ แทน $ ครับ
รูปแบบ =DOLLAR(ตัวเลข,จำนวนทศนิยม)
เช่น =DOLLAR(20,1) ก็จะได้ ฿20.0
หรือ =DOLLAR(20,2) ก็จะได้ ฿20.00

ถ้า =DOLLAR(20,-1) ก็จะได้ ฿20
ถ้า =DOLLAR(24,-1) ก็จะได้ ฿20 (ปัดหลักหน่วยลง)
ถ้า =DOLLAR(25,-1) ก็จะได้ ฿30 (ปัดหลักหน่วยขึ้น)

ถ้าใช้ -2 ก็จะปัดสองหลักสุดท้าย (ขึ้น, ลง)
ถ้าใช้ -3 ก็จะปัดสามหลักสุดท้าย

ถ้าหลัง comma ใช้ตัวเลขมากกว่าจำนวนหลักของตัวเลขที่กำหนด ค่าที่ได้จะเป็น 0 ครับ
เช่น =DOLLAR(25,-3) เลขข้างหน้ามีแค่สองหลัก แต่เรากำหนดให้ปัดสามหลักสุดท้าย ค่าที่ได้เลยกลายเป็น 0

#58
=DAY(TODAY()+1)

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 54 posts
45
LCM
ใช้หา ค.ร.น. ของตัวเลขที่กำหนด เช่น ค.ร.น. ของ 2 กับ 3 ก็ใช้ =LCM(2,3) ก็จะได้ 6

GCD
ใช้หา ห.ร.ม ของตัวเลขที่กำหนด เช่น ห.ร.ม ของ 12 กับ 8 ก็ใช้ =GCD(12,8) ก็จะได้ 4

เผื่อลุงๆ ที่นี่ลืมไปแล้ว ^^
ค.ร.น. คือ จำนวนเต็มบวกที่น้อยที่สุดที่เป็นผลคูณของตัวเลขที่กำหนด
ห.ร.ม คือ จำนวนเต็มที่มีค่ามากที่สุดที่หารตัวเลขที่กำหนดนั้นลงตัว
😂

#59
=DAY(TODAY()+1)

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 54 posts
45
ตารางคำนวณพื้นที่ เช่นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า รูปสามเหลี่ยม วงกลม และอื่นๆ

Attached Image: Area.png
ดูรูปไปก่อนนะครับยังแนบไฟล์ไม่ได้ (Permission denied)

อธิบายคร่าวๆ คือ ถ้าเราอยากหาพื้นที่อะไร เราก็ติ๊กถูกที่ด้านหน้าแล้วจะมีช่องให้กรอกข้อมูลที่จำเป็นลงไป แล้วเราจะได้พื้นที่ทางขวามือครับ

#60
=DAY(TODAY()+1)

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 54 posts
45
วันนี้มีใครถูกลอตเตอรี่บ้างมั้ยครับ ถ้าถูกก็ดีใจด้วย ถ้าไม่ถูกก็ไม่ต้องเสียใจครับ เพราะผมช่วยคุณได้
ผมขอเสนอ Numbers ใบ้หวย
เร่เข้ามาครับ งวดหน้ารวย เอ้า..

อย่างแรกเลย สร้างตารางตามรูปครับ มี บน, ล่าง, และรางวัลที่ 1
สูตรช่อง B1 และ B2
=RANDBETWEEN(0,9)&RANDBETWEEN(0,9)


สูตรช่อง B3
=RANDBETWEEN(0,9)&RANDBETWEEN(0,9)&RANDBETWEEN(0,9)&RANDBETWEEN(0,9)&B2



😳

ขำๆนะครับ

Attached thumbnail(s)

  • Attached Image: ใบ้หวย.png





1 user(s) are reading this topic

0 members, 1 guests, 0 anonymous users

Creative Commons License

สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ข้อความที่โพสต์ลงในเวบไซต์แห่งนี้ ได้กระทำโดยสมาชิกของเวบไซต์ ทางเวบไซต์ไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อข้อความต่างๆ ของสมาชิก ทั้งนี้ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ผิดต่อกฏ ระเบียบของเวบไซต์ กรุณาแจ้งที่ Moderators เพื่อดำเนินการแก้ไข