Jump to content

คุณสามารถ Login เข้าระบบ ด้วย Username และ Password เก่าได้เลยหากพบปัญหา โปรดอ่าน :::> ปัญหาที่อาจพบในระบบใหม่ของ Freemac
และท่านที่สมัครสมาชิกไว้หลังวันที่ 12 พ.ย. 53 กรุณาสมัครใหม่ด้วยนะครับ โปรดอ่าน :::> ยินดีต้อนรับครับ


ความรู้เกี่ยวกับ Numbers


59 replies to this topic

#1
PiggyDoll

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 74 posts
22
ความรู้เกี่ยวกับ Numbers

เห็นมีคำถามเกี่ยวกับการใช้งาน Numbers (คล้ายกับ Excel ของ Mac) แต่มีคนตอบน้อยเหลือเกิน รวมทั้งหนังสืออธิบายการใช้งานแบบเจาะลึกนั้นหาไม่ได้เลย(อาจจะมีแต่หาไม่เจอ) เลยคิดว่า Freemac น่าจะมีกระทู้อธิบายการใช้งานโปรแกรมสำคัญๆไว้บ้าง

ดังนั้น ใครที่มีความรู้หรือเทคนิคดีๆเกี่ยวกับ Number ก็ขอให้ช่วยโพสด้วย เพราะเจ้าของกระทู้นั้นขอบอกไว้ก่อนว่ามีความรู้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

จบเรื่องน่าเบื่อแล้ว เข้าเรื่องกันเลย
Spoiler

Edited by PiggyDoll, 01 June 2011 - 11:49 AM.


#2
PiggyDoll

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 74 posts
22
เจ้าของกระทู้ขอเลือก Blank
เมื่อเปิดขึ้นมาแล้วจะได้ หนึ่งชีตกับหนึ่งตาราง
มาดูที่เมนูกัน
Attached Image: Menu-Bar.png

สองอันด้านซ้าย View กับ Sheet
ใน View ก็จะมี
Show Print View
Show Layout
Show Rulers
Hide Format Bar
Show Formula List
และ Hide Comment

ถัดมาเป็น Sheet ถ้าคลิกก็จะได้ Sheet ใหม่ (ไอคอนเข้าใจง่ายมาก เป็นรูป Sheet และเครื่องหมายบวกที่มุมบน)

ถัดมาอีกก็จะเป็น Tables, Reorganize, Function, Formula List
ถัดมาเป็น Chart, Text Box, Shapes, Comment
ถัดมาเป็น iWork.com
และขวาสุดเป็น Inspector, Mediam Colors, Fonts
นี่คือเมนูบาร์มาตรฐาน ไม่ได้ปรับแต่ง(ปรับ เพิ่ม, ลด ได้)

#3
PiggyDoll

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 74 posts
22
ถัดมาด้านล่าง หน้าตาแบบนี้
Attached Image: Menu-bar 2.png
เช่นเดียวกัน เริ่มจากด้านซ้ายก่อน
ตัวแรกคือแบบฟอนต์ที่เลือก รูปแบบ ขนาด และสี
ถัดมาเป็นการจัด Layout(เรียกแบบนี้มั้ง) ชิดซ้าย กลางจอ ชิดขวา เขี่ยให้อยู่ทั้งซ้ายและขวา และ Auto
ถัดมาอีก จัดข้อความไว้บนสุด จัดไว้ตรงกลาง จัดไว้ล่างสุด
ถัดมาเป็น Wrap แปลว่าไงดี ถ้ามีใครรู้ช่วยบอกที รู้ว่าผลเป็นแบบไหนแต่อธิบายไม่ถูก
ถัดมาเป็น
1.0 กำหนดให้ข้อมูลนั้นมีจุดทศนิยม เริ่มต้นที่ 2 ตำแหน่ง
$ กำหนดให้มี sign แล้วแต่การตั้งค่า เริ่มต้นที่ ฿
% กำหนดให้คิดค่าเป็น %
และการตั้งค่าต่างๆ

ถัดมาเป็น .00 กับ .0
.00 คือ เพิ่มทศนิยมอีกหนึ่งตำแหน่ง เช่นจาก .00 คลิกแล้วจะได้ .000 ยิ่งคลิกยิ่งเพิ่ม ไม่รู้ว่าไปสุดที่ไหน
.0 คือ ลดทศนิยมหนึ่งตำแหน่ง เช่น จาก .00 คลิกแล้วจะได้ .0 ยิ่งคลิกยิ่งลดและจะหยุดลงตามค่าที่ป้อนในตอนแรก เช่นป้อน 2 ถ้าเพิ่มทศนิยมเป็น 2.000 แล้วรัวคลิก .0 สุดท้ายแล้วจะหยุดที่ 2 ที่เป็นค่าเริ่มต้น จะไม่กลายเป็น .2 .02 .002 แต่อย่างใด

ถัดมาเป็นการจัดการขอบตาราง ขนาดตาราง เพิ่มลด pt เริ่มต้นที่ .25 pt สีเส้นตาราง
ถัดมาคือ Fill กำหนดสีภายในตาราง
และถัดมาคือ กำหนดให้มี Header มีให้เลือก ซ้าย บน และด้านล่าง
และสุดท้ายคือ Name แสดงหรือซ่อนชื่อของตาราง

#4
PiggyDoll

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 74 posts
22
แก้ใหม่ ยาวไป
Spoiler

Edited by PiggyDoll, 02 May 2011 - 08:19 PM.


#5
PiggyDoll

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 74 posts
22
เพิ่มภาพพื้นหลังให้กับตารางใน Numbers
1. คลิกที่ Table 1 เพื่อเลือกทั้งตาราง
2. คลิก Inspector
3. เลือกที่แท็บ Graphic
4. เลือก Tinted Image Fill
5. เลืกรูปที่ต้องการ ในที่นี้ขออณุญาตใช้ โลโกของฟรีแมค
6. คลิก Tint Color
7. เลือกสีตามต้องการ default เป็นสีขาว
8. ปรับ Opacity (% ยิ่งมากยิ่งจาง)
แล้วเราก็จะได้ตารางงานท่ีไม่เหมือนใคร

Attached thumbnail(s)

  • Attached Image: ไม่เหมือนใคร.png


#6
PiggyDoll

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 74 posts
22
สูตร แสดงวันที่ปัจจุบันทุกครั้งที่เปิดดูงาน

=(DAY(TODAY()) &"/"& MONTH(TODAY()) &"/"& YEAR(TODAY()))


วันเวลาจะเปลี่ยนไปเสมอ

ตรง
&"/"&

เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นก็ได้ เช่น
&"-"& หรือ &":"&

หรืออย่างอื่นที่ต้องการ

เพิ่มสูตรเวลา
=HOUR(NOW())&":"&MINUTE(NOW())&":"&SECOND(NOW())


ถ้าให้แสดงเวลาแบบเต็มๆ
=DAYNAME(TODAY()) &" "&DAY(TODAY())&"-"&MONTH(TODAY())
&"-"&YEAR(TODAY())&" "&HOUR(NOW())&":"&MINUTE(NOW())&":"&SECOND(NOW())

ตรง " " ก็คือ "กด 1 Space" เพื่อเว้นวรรค

Edited by PiggyDoll, 20 March 2011 - 05:23 PM.


#7
golf252

    General Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 257 posts
4
  • Locationภาคเหนือตอนบน ๕ จ.
ขอบคุณครับ :!tuzki013:

#8
tumque

    Super Member

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 1047 posts
122
thx na ja

#9
Manophat

    GANDHARVAS

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 1172 posts
23
  • LocationMoon
กำลังศึกษาอยู่ทีเดียวเชียว
ขอบคุณมากครับ...จะติดตามนะครับถ้าอัพเดทข้อมูลเรื่อยๆ

#10
GravityG

    General Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 220 posts
11
ขอถามหน่อยครับว่า ในNumberสามารถล็อคColumnหรือRowได้เหมือนในExcelหรือเปล่าครับ ยกตัวอย่างเช่น

ตารางผมมีข้อมูลหลายRowมาก เวลาลงข้อมูลในRowล่างๆ ไอ้หัวข้อหลักตรงRowด้านบนมันก็จะหลุดกรอบจอไป
มีวิธีทำให้Rowด้านบนมันค้างอยู่ได้มั้ยครับ เท่าที่ผมลองหาคำสั่งดู เหมือนว่าจะไม่มีอ่ะครับ

...จะเข้าใจที่อธิบายเปล่าน้อ :!tuzki048:

#11
yAikKU

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 29 posts
0

View PostGravityG, on 10 March 2011 - 10:05 PM, said:

ขอถามหน่อยครับว่า ในNumberสามารถล็อคColumnหรือRowได้เหมือนในExcelหรือเปล่าครับ ยกตัวอย่างเช่น

ตารางผมมีข้อมูลหลายRowมาก เวลาลงข้อมูลในRowล่างๆ ไอ้หัวข้อหลักตรงRowด้านบนมันก็จะหลุดกรอบจอไป
มีวิธีทำให้Rowด้านบนมันค้างอยู่ได้มั้ยครับ เท่าที่ผมลองหาคำสั่งดู เหมือนว่าจะไม่มีอ่ะครับ

...จะเข้าใจที่อธิบายเปล่าน้อ :!tuzki048:




ได้ครับ แต่สูงสุดได้แค่ 5 Rows
ไปที่เมนู Table --> Header Rows แล้วเลือกจำนวน Row ที่ต้องการเป็นหัวกระดาษครับ
เกินกว่านั้น ผมเองก็ได้ตั้งคำถามไว้ในนี้แล้วครับ

#12
PiggyDoll

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 74 posts
22

View PostyAikKU, on 10 March 2011 - 11:31 PM, said:

ได้ครับ แต่สูงสุดได้แค่ 5 Rows
ไปที่เมนู Table --> Header Rows แล้วเลือกจำนวน Row ที่ต้องการเป็นหัวกระดาษครับ
เกินกว่านั้น ผมเองก็ได้ตั้งคำถามไว้ในนี้แล้วครับ


คลิกขวาที่ Cell ใดๆ เลือก Header & Footer
ตรง Header Rows กับ Header Columns
เลือก Freeze Header Rows ถ้าอยากล็อค Header Rows
เลือก Freeze Header Columns ถ้าอยากล็อค Header Columns
ไม่จำกัดขนาด

#13
PiggyDoll

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 74 posts
22
ทำ Logo ง่ายๆ ด้วย Numbers
Spoiler

Attached thumbnail(s)

  • Attached Image: Logo.png

Edited by PiggyDoll, 02 May 2011 - 08:20 PM.


#14
GravityG

    General Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 220 posts
11
ขอบคุณครับ แต่ของผมไม่มีคำสั่งอ่ะ สงสัยต้องไป Update Number ก่อน เพราะว่ายังใช้เป็น 08 อยู่เลย หุหุหุ

#15
PiggyDoll

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 74 posts
22
Basetonum & Numtobase
BASETONUM
แปลงค่าเลขฐานใดๆ ให้เป็นฐาน 10 เช่น
รูปแบบ =BASETONUM(ค่าที่ต้องการแปลง, เลขฐาน)
ค่าที่ต้องการแปลงกับเลขฐานต้องสัมพันธ์กัน เช่นเลขฐาน 2 จะมีแค่ 1 กับ 0 ถ้าเป็นค่าอื่นจะ error
ตัวอย่าง
=BASETONUM(11001, 2)  แปลงค่า 11001 ฐาน 2 ให้เป็นฐาน 10 ค่าที่ได้จะเท่ากับ 25
=BASETONUM(3f, 16) แปลงค่า 3f ฐาน 16 ให้เป็นฐาน 10

NUMTOBASE
แปลงเลขฐาน 10 ให้เป็นฐานใดๆ
รูปแบบ =NUMTOBASE(ค่าที่ต้องการแปลง, เลขฐานที่ต้องการแปลง, จำนวนตำแหน่ง)
ตัวอย่าง 
=NUMTOBASE(25, 2) แปลงค่า 25 ให้เป็นเลขฐาน 2 ค่าที่ได้จะเท่ากับ 11001
=NUMTOBASE(25, 2, 6) แปลงค่า 25 ให้เป็นเลขฐาน 2 จำนวน 6 ตำแหน่ง ค่าที่ได้จะเท่ากับ 011001 (เพิ่ม 0 ข้างหน้าหนึ่งตัวให้ครบ 6 ตำแหน่งตามที่กำหนด)

การนำไปใช้อาจจะทำเป็นเครื่องมือแปลงค่าตัวเลขอย่างง่ายเช่น
ปล่อยช่อง B2 ว่างไว้ป้อนค่า แล้วพิมพ์ในช่อง C2 เป็นสูตรที่ต้องการ

ของแถมเล็กน้อย
คีย์ลัด
Enter ขยับไปข้างล่าง 1 cell
Shift+Enter ขยับไปข้างบน 1 cell
TAB ขยับทางขวา 1 cell
Shift+TAB ขยับทางซ้าย 1 cell
Option+Enter พิมพ์ข้อมูลต่อไปใน cell นั้น

เพิ่มเติม (14 พ.ค. 54)
คำสั่งอื่นที่คล้ายกัน
BIN2DEC แปลงเลขฐานสองเป็นเลขฐานสิบ
BIN2HEX แปลงเลขฐานสองเป็นเลขฐานสิบหก
BIN2OCT แปลงเลขฐานสองเป็นเลขฐานแปด

DEC2BIN แปลงเลขฐานสิบเป็นเลขฐานสอง
DEC2HEX แปลงเลขฐานสิบเป็นเลขฐานสิบหก
DEC2OCT แปลงเลขฐานสิบเป็นเลขฐานแปด

HEX2BIN แปลงเลขฐานสิบหกเป็นเลขฐานสอง
HEX2DEC แปลเลขฐานสิบหกเป็นเลขฐานสิบ
HEX2OCT แปลเลขฐานสิบหกเป็นเลขฐานแปด

OCT2BIN แปลงเลขฐานแปดเป็นเลขฐานสอง
OCT2DEC แปลงเลขฐานแปดเป็นเลขฐานสิบ
OCT2HEX แปลงเลขฐานแปดเป็นเลขฐานสิบหก

รูปแบบ
BIN2DEC(X, Y)
BIN2HEX(X, Y)
BIN2OCT(X, Y)

DEC2BIN(X, Y)
DEC2HEX(X, Y)
DEC2OCT(X, Y)

HEX2BIN(X, Y)
HEX2DEC(X, Y)
HEX2OCT(X, Y)

OCT2BIN(X, Y)
OCT2DEC(X, Y)
OCT2HEX(X, Y)

X = เลขฐานที่ต้องการแปลง
Y = จำนวนหลักที่ต้องการหลังจากแปลงแล้ว (ไม่กำหนดก็ได้)

ตัวอย่าง
BIN2DEC(100,2) หรือ BIN2HEX(100,2) หรือ BIN2OCT(100,2)
ถ้าแปลงแล้วได้เลขหลักเดียวผลที่ได้จะมีเลขศูนย์นำหน้าจนครบตามจำนวนหลักที่กำหนด

ถ้าไม่กำหนดจำนวนหลัก เช่น BIN2DEC(100) หรือ BIN2HEX(100) หรือ BIN2OCT(100) แปลงแล้วได้กี่หลักก็ได้เท่านั้นจะไม่มีศูนย์เพิ่มขึ้นมาให้

ใช้คำสั่ง BASETONUM หรือ NUMTOBASE น่าจะสะดวกที่สุด

Edited by PiggyDoll, 14 May 2011 - 04:10 AM.


#16
tum

    Director

  • Administrators
  • 12324 posts
2334
น่ารักที่สุด
:!tuzki037:

#17
PiggyDoll

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 74 posts
22
เสริมเกราะป้องกันความเป็นส่วนตัวใน Numbers '09 จะเปิดได้ต้องรู้รหัสผ่าน
Spoiler

Edited by PiggyDoll, 14 May 2011 - 04:12 AM.


#18
yAikKU

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 29 posts
0
ถ้าจะทำ Cell เป็นแบบ List ได้ไหมครับ
แบบว่าคลิ๊กแล้วเลือกรายการย่อยได้ใน Cell นั้นน่ะครับ ของ OpenOffice นี่มี
แต่ผมยังหาใน Number ไม่เจอ

#19
PiggyDoll

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 74 posts
22
การสร้าง List ใน Numbers 09 อาจมีวิธีสร้างที่ดีกว่านี้แต่หาไม่เจอ หรืออาจเจอแล้ว แต่วิธีนั้นสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้ายิ่ง ไม่ค่อยเข้าใจ จึงลองใช้วิธีนี้ทำให้มึนหัวได้เช่นกันแต่น้อยกว่า
Spoiler

คำเตือน หากท่านเป็นคนที่มึนหัวง่าย และขี้เกียจพิมพ์ แนะนำให้ข้ามหัวข้อนี้ไป ด้วยความปราถนาดีจาก PiggyDoll
ร่วมด้วยช่วยมึน :lol:
พิสูจน์ความมึนมาแล้ว :wallbash:

Edited by PiggyDoll, 02 May 2011 - 08:24 PM.


#20
PiggyDoll

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 74 posts
22
ประยุกต์ทำประมวลกฎหมายพร้อมคำอธิบายไว้ใช้
วิธี
1. เปิด Numbers ขึ้นมา เลือก Blank แล้ว Add Table รวมทั้งหมดให้มี 3 Table
2. Table 1 เลือกช่อง A1 กับ B1 Merge Cell แล้วพิมพ์หัวข้อแล้วแต่จะตั้ง ในที่นี้จะใช้ "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์"
3. ช่อง A2 พิมพ์ว่า "มาตรา:"
4. ช่อง B2 เปิด Inspector ขึ้นมาเลือก Cells Inspector ตรง Cell Format เลือก Pop-up Menu เพิ่มตัวเลขตามต้องการ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มีทั้งหมด 1,755 มาตรา)
5. Merge ช่อง A3 - E4 แล้วพิมพ์ว่า
=IF(B2=1,ประมวล :: A2,IF(B2=2,ประมวล :: A3,IF(B2=3,ประมวล :: A4,IF(B2=4,ประมวล :: A5))))

6. Merge ช่อง A4 - E6 แล้วพิมพ์ว่า
=IF(B2=1,"",IF(B2=2,"",IF(B2=3,"",IF(B2=4,ประมวล :: B6))))

7. Merge ช่อง A5 ประมาณ 3 บรรทัด และ A6 อีกประมาณ 3 บรรทัด เผื่อเจอมาตราที่มีหลายวรรคหรือหลายอนุมาตรา ช่อง A7 ว่างไว้
8. พิมพ์ว่า "ตีความมาตรา:" ช่อง B8 พิมพ์ว่า =B2 ช่อง C8 อาจทำเป็น Next Page ไว้เปิดหน้าต่อไป โดยเลือกทำเป็น Stepper ก็ได้
9. ช่อง A9 ก็ Merge เผื่อไว้หลายบรรทัดหน่อยกรณีคำอธิบายยาวๆ แล้วพิมพ์ว่า
=IF(B2=1,ตีความ :: A2,IF(B2=2,ตีความ :: A3,IF(B2=3,ตีความ :: A4,IF(B2=4,ตีความ :: A5))))

10. Table 2 ตั้งชื่อใหม่ว่า "ประมวล" แล้วเริ่มพิมพ์ตั้งแต่ช่อง A2 เป็น มาตรา 1 ไปตามลำดับ
11. Table 3 ตั้งชื่อว่า "ตีความ" แล้วเริ่มพิมพ์ตั้งแต่ช่อง A2 เป็น ตีความมาตรา 1(ไม่ต้องตีความหรอกมาตรานี้ เริ่มตีความที่มาตรา 4)
ป.ล. ทำไฟล์ไว้แล้วแต่ Upload ไม่ได้ (Permission Denied) เอาแต่รูปไปละกัน
ป.ล. 2 ขออนุญาตลบรูป

Edited by PiggyDoll, 14 May 2011 - 04:15 AM.





1 user(s) are reading this topic

0 members, 1 guests, 0 anonymous users

Creative Commons License

สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ข้อความที่โพสต์ลงในเวบไซต์แห่งนี้ ได้กระทำโดยสมาชิกของเวบไซต์ ทางเวบไซต์ไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อข้อความต่างๆ ของสมาชิก ทั้งนี้ หากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ผิดต่อกฏ ระเบียบของเวบไซต์ กรุณาแจ้งที่ Moderators เพื่อดำเนินการแก้ไข