
หลายคนคงจะรู้จักเจ้า Amazon Kindle กันดี แต่สำหรับใครที่ไม่คุ้น มันคือ e-reader ของทาง Amazon เค้า
Kindle จะแตกต่างจาก iPad ที่เราคุ้นกันตรงที่เค้าเน้นไว้สำหรับการอ่านหนังสือโดยเฉพาะ หน้าจอจะใช้เทคโนโลยี E-Ink ซึ่งให้การแสดงผลได้เกือบเหมือนกับการอ่านจากกระดาษจริงๆ เวลาอ่านไปนานๆ จะไม่ล้าสายตาเหมือนอย่าง iPad เพราะหน้าจอไม่ใช่ Backlit แต่ทำให้ต้องใช้งานในที่ที่มีแสงสว่างเท่านั้น จะกลางแดด ในร่ม แสงจากโคมไฟ อ่านได้หมด
Kindle ในปัจจุบันมีจำหน่ายอยู่ด้วยกัน 3 รุ่น คือ
1. Kindle 3G (3rd Generation) Wifi, 6" Display
2. Kindle 3G, 3G+Wifi, 6" Display
3. Kindle DX, Free 3G, 9.7" Display
ตัวที่ผมมีอยู่คือตัวที่สองครับ

ขนาดของ Kindle รุ่นนี้ก็ประมาณหนึ่งฝ่ามือผู้ชาย น้ำหนักพอๆ กับพอคเกตบุคหนึ่งเล่ม ถืออ่านนานๆ ไม่เมื่อย
ลองเทียบกับ iPhone ให้ดูครับ

ความบางก็ใกล้เคียงกับ iPhone 4

Kindle จะมีความสามารถของ Text-to-speech สำหรับไว้ให้ Kindle อ่านหนังสือให้เราฟัง โดยเราจะเสียบหูฟัง หรือฟังผ่านลำโพงที่อยู่ด้านหลังเครื่องก็ได้
ฟังก์ชันนี้ช่วยให้เราติดตามหนังสือที่กำลังอ่านค้างอยู่ได้ แม้จะต้องใช้สายตาในการทำอย่างอื่น เช่น ขับรถ หรือเดินไปฟังไป
น้ำเสียงที่อ่านออกมาดีกว่าพวก Talking Dict พอสมควร แต่ก็ไม่ได้ฟังง่ายซะทีเดียว ยิ่งถ้าเป็นคำศัพท์ที่ไม่คุ้นก็เล่นเอาฟังไม่รู้เรื่องกันไปเลย


ตัวหนังสือที่อ่านบน Kindle และรูปภาพ คมชัดมากครับ เป็นรองความชัดของ Retina Display อยู่นิดหน่อยเอง (อันนี้ไม่นับเรื่องที่แสดงได้แต่ขาว-ดำนะครับ)


ขนาดของตัวหนังสือ รวมทั้งช่องว่างในแต่ละบรรทัด สามารถปรับได้

เราสามารถต่อ Kindle ได้กับคอมพิวเตอร์โดยตรงผ่านทางสาย usb ที่แถมมาให้เพื่อก๊อปปิ้ไฟล์ไปมาได้
ไฟล์หนังสือของ Kindle นั้นรองรับไฟล์แบบ unprotected Mobipocket books (MOBI, PRC) ซึ่งหากต้องการนำไฟล์ epub ซึ่งเป็นไฟล์มาตราฐานทั่วไปของ e-books มาอ่านบน Kindle จะต้องใช้โปรแกรม convert อีกทีหนึ่ง
การใช้งานไฟล์ PDF นั้นก็สามารถใช้งานได้ครับ แต่ไม่ค่อยสะดวกมากนักเพราะไม่สามารถปรับขนาดของตัวอักษรได้ ต้องใช้วิธีการซูมเข้ามาเพื่อให้อ่านได้ชัดเจนขึ้น
Amazon มีบริการแปลงไฟล์ PDF ให้เป็นไฟล์ ebook สำหรับ Kindle ได้ โดยให้การส่ง attached file ไปกับอีเมลล์ แล้วเซิร์ฟเวอร์จะส่งไฟล์ที่แปลงแล้วกลับมาที่ Kindle ซึ่งแบบนี้มีค่าใช้จ่ายโดยคิดเป็นขนาดของไฟล์ที่ส่งไป

โมเดลที่เป็น Free 3G+Wifi นั้นใช้เชื่อมต่อ 3G/EDGE/GPRS ได้ทั่วโลก ไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับในกรณีที่ใช้เข้าไปที่ Kindle Store เพื่อเลือกซื้อหนังสือ แต่จะคิดค่าใช้จ่ายสำหรับแมกกาซีนหรือหนังสือพิพม์จะส่งมาเป็นรายวัน รายสัปดาห์ รายปักษ์
ใน firmware ล่าสุด มีส่วนของ experimental เป็นการทดลองให้ใช้งานอย่างไม่เป็นทาง ซึ่งหนึ่งในมีเว็บบราวเซอร์ให้ใช้งานด้วย

ซึ่งผมลองใช้ผ่าน 3G/EDGE ที่ต่างประเทศ ก็ไม่ได้เสียค่าใช้งานอะไรครับ แต่ไม่รู้ว่าภายหลังอเมซอนจะเปลี่ยนใจมาเก็บค่าบริการด้วยหรือเปล่า
น่าเสียดายนะครับที่หนังสือภาษาไทยยังไม่มีจำหน่ายบน Amazon
ใครที่อ่านหนังสือจากต่างประเทศอยู่บ่อยๆ ผมว่าน่าสนใจ ส่วนหนึ่งเพราะหนังสือที่เป็น Kindle Edition นั้น ราคามักถูกกว่าหนังสือที่เป็นเล่มๆ
ล่าสุดผมก็ได้ Pre-order หนังสือ Steve Jobs written by Walter Isaacson เอาไว้ในราคา $12 เอง เมื่อถึงวันที่หนังสือวางจะจำหน่ายมันก็จะดาวน์โหลดโดยตรงเข้ามาที่ Kindle เลยครับ
ใครสนใจอยากหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Kindle ก็ไปค้นได้ที่ Amazon.com และสามารถสั่งซื้อพร้อมส่งมาได้ที่เมืองไทยเลยครับ แต่ค่าขนส่งบวกกับภาษีเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน (ของผมสั่งซื้อออนไลน์และให้ส่งในอเมริกาเลยครับ ประหยัดค่าส่งไป)


Sign In
Create Account




Back to top








