วันนี้ผมมากับการoptimization osxให้ดึงประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานSSDให้มากที่สุดครับ
แต่ว่าถ้าทำตามguideแล้วผมมีปัญหาขึ้นมาผมไม่สามารถรับผิดชอบได้ใดๆทั้งสิ้นนะครับ
ขั้นแรกเลยครับ
Disable Harddisk Sleep Modeใน System Preferenceก่อนครับ
เนื่องจากทั้งในwindowsและosxมีปัญหานี้ในSSDส่วนใหญ่
ที่systemไม่sleepแต่SSD sleepไปแล้วทีนี้พอมาใช้งานทำให้system freezeครับ
ถ้าหาไม่เจอก็ตามรูปไปเลยครับ^^

ต่อด้วยขั้นตอนที่สองครับ
แก้hibernate modeครับ
ทำไมต้องแก้hibernate modeล่ะ?
เวลาที่เราพับฝาลงเครื่องจะเข้าstateที่เรียกว่าsleep
พอsleepข้อมูลทั้งหมดที่ก่อนเราจะพับฝายังค้างอยู่ในแรม
จึงต้องมีไฟเลี้ยงแรมตลอดเวลา
แต่osxออกแบบมาให้ฉลาดขึ้นจึงได้สร้างsleep imageขึ้นเผื่อว่าแบบsleepไปนานๆแล้วแบตหมด
ซึ่งในosxเรียกว่าsafe sleep
safe sleepทำงานโดยเขียนข้อมูลจากแรมทั้งหมดลงharddisk
ใช่แล้วครับยิ่งแรมคุณเยอะเท่าไรsleep imageก็จะใหญ่เท่านั้นครับ
ทีนี้เรารู้ว่าSSDเขียนบ่อยๆเยอะๆไม่ดีเท่าไรเพราะมีwrite cycleอยู่3000-10000cycleแล้วแต่ยี่ห้อ
แล้วก็มีเนื้อที่น้อยกว่าHDDธรรมดา
ถ้าจะทำตามขั้นตอนนี้ต้องมั่นใจนะครับว่าจะไม่ปล่อยให้เครื่องแบตหมดขณะsleepครับผมเตือนคุณแล้วอิอิ
เอาล่ะครับเปิด terminal ขึ้นมาแล้วcopy and pasteตามนี้ได้เลยครับ^^
Quote
แล้วก็ต่อด้วย
Quote
เท่านี้เราก็จะได้พื้นที่ในSSDคืนตามจำนวนGBของแรมเราแล้วครับ^^
สาม
Apple พัฒนาระบบๆหนึ่งขึ้นมาชื่อว่าSudden Motion Sensorซึ่งทำหน้าที่ตรวจจับการเคลื่อนไหวของคอมพิวเตอร์เพื่อป้องกันหัวอ่านHDDไม่ให้สีกับจานแม่เหล็ก
แต่ว่าSSDเราไม่มีหัวอ่านกับจานแม่เหล็กให้ต้องกลัวสีกันเพราะฉะนั้นSudden Motion Sensorจึงหมดความหมาย
รั้งแต่จะมีข้อเสียเนื่องจากจะสั่งให้SSDหยุดทำงานเมื่อคอมพิวเตอร์มีความเคลี้อนไหวด้วยเราก็เลยปิดมันดีกว่า
เหมือนเดิมครับเปิด terminalแล้วก็copy and pasteได้เลยครับ
Quote
ทีนี้เราก็ถือคอมเดินเล่นได้แล้วครับไม่ต้องกลัวSMSมาทำให้SSDเราต้องชะงัก^^
สี่
ข้อนี้เป็นoptionalครับจะทำก็ไม่ทำก็ได้ครับ
แต่ผมไม่ค่อยใช้spotlightก็เลยไม่มีผลอะไร
นั้นคือปิดindex fileไปซะครับ
เหมือนเดิมครับเปิด terminalแล้วก็copy and pasteได้เลยครับ
Quote
ห้า
noatime
งงล่ะสิว่ามันคืออะไร
atimeคือการที่บันทึกของfileทุกไฟล์ที่อยู่ในSSDว่าuserหรือsystemเข้าถึงfileนั้นๆครั้งสุดท้ายเมื่อไร
แล้วมันหมายความว่าอะไรล่ะ?
มันหมายความว่า ทุกๆครั้งที่มีการเข้าถึงไฟล์นั้นๆไม่ว่าจะอ่านหรือเขียนก็ตาม จะมีการเขียนเพิ่มอีกหนึ่งครั้งเสมอๆเพื่อบันทึกความเป็นไป
แล้วnoatimeล่ะ
แน่นอนครับnoatimeก็คือสิ่งที่ตรงข้ามกับatimeนั้นเอง
ซึ่งosxเราจะatime by defaultอยู่แล้วเนึ่องจากว่ามันเป็นfunctionนึงในlinuxนั้นเอง
ทีนี้เราจะเปิดnoatimeยังไงล่ะ
ง่ายเลยครับ
เปิดtext editแล้วก็เลือกformatแล้วก็เลือกmake plain textก่อน
แล้วจึงcopy and pasteข้อความนี้ลงไป
Quote
<!DOCTYPE plist PUBLIC "-//Apple//DTD PLIST 1.0//EN"
"http://www.apple.com/DTDs/PropertyList-1.0.dtd">
<plist version="1.0">
<dict>
<key>Label</key>
<string>com.root.noatime</string>
<key>ProgramArguments</key>
<array>
<string>mount</string>
<string>-vuwo</string>
<string>noatime</string>
<string>/</string>
</array>
<key>RunAtLoad</key>
<true/>
</dict>
</plist>
แล้วก็saveเป็นcom.root.noatime.plistครับพอtext editถามเลือกuse .plistนะครับ
ทีนี้เราก็ได้ไฟล์ชื่อcom.root.noatime.plistจะทำยังไงกับมันดีล่ะ
โยนลงที่ /Library/LaunchDaemons เลยครับlibraryในhddเลยนะครับไม่ใช่ในuser
เสร็จแล้วก็เปิด terminal แล้วก็สูตรเดิมครับ copy and paste
Quote
แล้วก็rebootหนึ่งทีครับเป็นอันจบ^^
เสร็จแล้วครับแต่จริงๆมีenable trim supportในSSDอะไรก็ได้อีกครับแต่ว่าไม่แน่ใจว่าIOAHCIมันopen sourceรึปล่าวเลยไม่ได้เอามาลงครับ
ถ้าใครทราบว่าไม่ผิดอะไรจะมาบอกวิธิเปิดtrimให้นะครับ
เอารูปมาฝากแล้วกันนะครับ^^

credit : http://blogs.nullvision.com and http://poller.se/
ปล. การทำใดๆควรศึกษาให้แน่ชัดก่อนว่าท่านกำลังทำอะไรลงไป ควรback upข้อมูลก่อนทำทุกครั้ง
ด้วยความปรารถนาดี
Darkmaxdevil
ท่านใดมีอะไรชี้แนะหรือข้อสงสัยสอบถามได้นะครับ^^
ไว้เจอกันใหม่ครับ


Sign In
Create Account




Back to top









